ศิลปะหลังสมัยใหม่  

หลังจากศิลปินลัทธิดาดา และศิลปินป็อปอาร์ตมีบทบาท ได้มีกระแสความคิดและการนำเสนอศิลปะแนวทางใหม่เกิดขึ้นมากมาย เป็นการสร้างสีสรรพ์ทางความคิดและการแสดงออกในยุคสมัยของลัทธิหลังสมัยใหม่ ช่วงเวลาที่แสดงพหุความคิด พหุปัญญา การยอมรับความหลากหลาย ความหลากหลายที่ไม่ต้องการข้อสรุป ไม่ต้องการทฤษฎีหรือหลักคิดตายตัว เพราะความหลากหลายและการเปลี่ยนแปลงของโลกเป็นความจริง เป็นอนิจจตา ความไม่เที่ยงตรง ความไม่คงที่ ความไม่ยั่งยืน ภาวะที่เกิดขึ้นแล้วเสื่อมสลายไป ถ้าเราหลงใหลอยู่กับข้อสรุป กฎเกณฑ์ ทฤษฎีอย่างใดอย่างหนึ่งย่อมเกิดทุกขตา เพราะสรรพสิ่งและความคิดล้วนเป็นอนัตตา

 

ลูซี-สมิธ (Edward Lucie-Smith) กล่าวถึงอิทธิพลความคิดของเอ็กซิสตองเชียลิสม์ (Existentialism) ที่มีต่อสังคมตะวันตกและศิลปิน กระแสมนุษย์คือเสรีภาพ หลังสงครามโลกครั้งที่ ๒ ลูซี-สมิธ กล่าวถึงแนวคิดของ ฌอง-ปอล ซาร์ตร์ (Jean-Paul Sartre) ที่มีอิทธิพลต่อคนรุ่นใหม่ กล่าวถึงคำบรรยาย “ปรัชญาเอ็กซิสเชียตองลิสม์คือมนุษยนิยม” (Existentialism is a humanism.) กล่าวถึงพื้นฐานความคิด “การมีอยู่มาก่อนสาระ” (Existence comes before essence.) (Lucie-Smith. 1969 : 9-10)

 
    การมีอยู่มาก่อนสาระหมายความอย่างไร เราหมายความ ก่อนอื่นใดทั้งหมดมนุษย์มีอยู่ ค้นพบตัวเอง ปรากฏตัวในโลกและนิยามตัวเองภายหลังตามทรรศนะของชาว เอ็กซิสตองเชียลิสม์ ถ้ามนุษย์นิยามไม่ได้ ก็เป็นเพราะว่าก่อนอื่นใดมนุษย์ไม่ใช่อะไรเลย เขาจะเป็นอะไรก็ตามหลังจากนั้น และเขาจะเป็นตามที่เขาสร้างตัวเองให้เป็น ดังนั้น ไม่มีธรรมชาติของมนุษย์ เนื่องจากปราศจากพระเจ้าที่จะคิดสร้างขึ้นมา มนุษย์เป็นแต่เพียงเป็นอยู่เท่านั้น ไม่ใช่ว่าเขาเพียงแต่เป็นอยู่ตามที่เขาคิดว่าจะเป็นเท่านั้น แต่เขาเป็นสิ่งที่เขาต้องการให้ตัวเองเป็นด้วย เนื่องจากมนุษย์คิดสร้างตัวเองภายหลังการมีอยู่ และเนื่องจากเขาต้องการสร้างให้ตัวเองเป็นภายหลังการมีอยู่ มนุษย์จึงไม่ใช่อะไรอื่น นอกจากผลิตผลที่มาสร้างขึ้นให้แก่ตัวเอง...ปัจเจกภาพหมายความเช่นไร ถ้ามิใช่ว่ามนุษย์มีศักดิ์ศรีที่ยิ่งใหญ่กว่าก้อนหินหรือโต๊ะ หมายความว่ามนุษย์มีอยู่ก่อน กล่าวคือ เริ่มแรกก็มีมนุษย์ก่อน แล้วเขาก็หมุนไปสู่อนาคต เขาเป็นสิ่งที่รู้สึกตัวเอง และวาดภาพตัวเองในอนาคตได้ มนุษย์คือตัวแบบแผนที่รู้สึกตัวตลอดเวลา เขาไม่ใช่ตะไคร่น้ำ ขยะ หรือดอกไม้ ไม่มีอะไรมีอยู่ก่อนแบบแผน ไม่มีอะไรในสวรรค์ มนุษย์ต้องเป็นสิ่งที่เขาเองวาดให้เป็น ไม่ใช่สิ่งที่เขาอยากเป็น เพราะคำว่า “อยาก” หมายถึงการตัดสินใจที่รู้สึกนึกตัวเอง และเกิดขึ้นหลังจากการสร้างความเป็นคนของตนเอง (วิทยา เศรษฐวงศ์. ๒๕๔๐ ; ๑๑-๑๒)
 
    ซาร์ตร์ กล่าวถึง การสร้างสรรค์ศิลปะและหลักศีลธรรมของมนุษย์ในสังคม
 

    มีใครตำหนิศิลปินบ้างไหม เมื่อเขาลงมือวาดภาพ โดยมิได้ทำตามกฎเกณฑ์ต่างๆ ที่บัญญัติไว้ล่วงหน้าแล้ว มีใครเคยถามบ้างไหมว่า เขาควรวาดภาพอะไรตามที่ทุกคนทราบ ไม่มีงานจิตรกรรมใดๆ ที่กำหนดไว้แล้วล่วงหน้าที่จะวาด ศิลปินผูกพันตัวเองในการสร้างงาน ภาพที่จะสร้างสรรค์นั้นคือภาพที่เขาจะทำ เป็นที่รู้จักกันว่าไม่มีคุณค่าทางสุนทรียศาสตร์ที่มีมาก่อน มีแต่คุณค่าที่จะปรากฏตามกำหนดเวลาในความ ต่อเนื่องของภาพ ในสัมพันธภาพระหว่างเจตจำนงในการสร้างสรรค์กับผลงานที่สำเร็จสมบูรณ์ ไม่มีใครทำนายได้ว่า ภาพจิตรกรรมของวันพรุ่งนี้จะเหมือนอะไร ไม่มีใครสามารถตัดสินงานจิตรกรรมได้ จนกระทั่งผลงานสำเร็จเรียบร้อยแล้ว สิ่งนี้สัมพันธ์ อย่างไรกับศีลธรรม เราต่างก็อยู่ในสถานการณ์ที่สร้างสรรค์เหมือนกัน เราไม่เคยกล่าวถึงงานศิลปะว่าไม่รับผิดชอบ เมื่อเรากำลังอภิปรายถึงภาพสีน้ำมันของปิคาสโซ เรา เข้าใจดีมากว่า ศิลปินผู้นี้กำลังสร้างตัวเองตามที่เขาเป็น ในเวลาเดียวกับที่เขาวาดภาพ ผลงานของเขาทั้งหมด ผนึกรวมกับชีวิตของเขา ในทำนองเดียวกับหลักศีลธรรม ระหว่างศิลปะกับศีลธรรม มีสิ่งนี้ร่วมกันอยู่ก็คือ ในทั้งสองสาขานั้น เราต้องเกี่ยวข้องกับการสร้างสรรค์และการประดิษฐ์คิดค้น เราไม่สามารถตัดสินใจล่วงหน้าได้ว่า อะไรคือสิ่งที่ควรทำ (วิทยา เศรษฐวงศ์. ๒๕๔๐ : ๓๕-๓๖)
 

ลัทธิหลังสมัยใหม่ที่ประกาศอิสรภาพทางความคิด มีความเป็นตัวของตัวเอง ไม่เห็นด้วยกับวิถี คิดเก่า ไม่เห็นด้วยกับแนวคิดและแนวทางของลัทธิสมัยใหม่ ลัทธิสมัยใหม่ที่เติบโตมาพร้อมกับบทบาทและอำนาจของชนชั้นกลาง และระบบโรงเรียนที่มีกรอบความคิดและหลักสูตรที่ผลิตคนในลักษณะมวลผลิต ลัทธิหลังสมัยใหม่ที่ก่อตัวและแสดงตัวอย่างเป็นสากล เป็นปรากฏการณ์ร่วมในกระแสวัฒนธรรมร่วมสมัยในปัจจุบัน กระแสลัทธิหลังสมัยใหม่ลุกลามไปทางด้านสังคมศาสตร์ ความพยายามในการสร้างขบวนการประชาสังคม ประชาธิปไตยภาคพลเมือง การสร้างชุมชนให้เข้มแข็ง องค์กรพัฒนาเอกชนหรือ NGOs (Non-Government Organizations) แสวงหาความชอบธรรม แสวงหาอัตลักษณ์ในการคิด การอยู่ร่วมกัน การสร้างวัฒนธรรม ชุมชนที่มีความหลากหลาย ภาพซ้อนและพลวัตในสังคมและชีวิตความเป็นอยู่

 

ศิลปะหลังสมัยใหม่ได้ดูดซับความคิด นำเสนอความคิด และการปฏิวัติทางศิลปะที่หลากหลาย แสดงบทบาทของศิลปะร่วมสมัยที่มีฐานปัญญาและทฤษฎีหรือแนวคิดเป็นด้านหลัก โดยที่มิได้คำนึงถึงกระบวนแบบดังเช่นศิลปะสมัยใหม่ ศิลปะมีความหลากหลายตั้งแต่การแสดงแนวคิดอย่างบริสุทธิ์ ไปจนถึงการแสดงภาพลักษณ์ของความคิด นอกจากนั้นแล้ว ศิลปะหลังสมัยใหม่ยังต่อต้านลัทธิสารประโยชน์นิยม (Functionalism) มองไม่เห็นความจำเป็นของศิลปะที่จะต้องนำไปใช้งานหรือเป็นประโยชน์ทางกายภาพในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการนำศิลปะไปเป็นสิ่งตกแต่งประดับประดาใดใดก็ตาม สำหรับสังคมตะวันตก นอกจากแนวคิดของลัทธิสมัยใหม่จะกระทบต่อวงการศิลปกรรมแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อวงการช่างฝีมือ อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นเซรามิกส์ เครื่องแก้ว งานโลหะ เฟอร์นิเจอร์ และวงการออกแบบ จากงานในเชิง สารประโยชน์ได้พัฒนามาสู่งานในเชิงความคิดมากขึ้น

 

เมื่อเรามีอิสรภาพและเสรีภาพมากขึ้น เราย่อมสูญเสียบางสิ่งบางอย่างในอดีตไปด้วยเช่นกัน ศิลปะหลังสมัยใหม่อาจจะต่อต้านหรือไม่เห็นด้วยกับการที่ศิลปะจะต้องเป็นสิ่งถาวร ศิลปะอาจจะเกิดขึ้นชั่วครู่ ศิลปะอาจไม่เกี่ยวข้องกับกาลเวลาในอดีต จิตรกรรม ประติมากรรม ศิลปะสมัยใหม่อาจเกี่ยวข้องกับพื้นฐานการปฏิบัติต่างๆ เช่น พื้นฐานการวาดภาพ หลักการ ทฤษฏี องค์ประกอบศิลป์ กระบวนการต่างๆ แต่ศิลปะหลังสมัยใหม่อาจไม่เกี่ยวข้องกับพื้นฐานเหล่านั้นเลยก็ได้ ศิลปินหลังสมัยใหม่มีแนวโน้มที่จะผลักดันศิลปะให้พ้นกรอบของแบบแผนประเพณีนิยม พิพิธภัณฑ์ บ้าน อาคารธุรกิจ ศิลปะไม่จำเป็นต้องเป็นวัตถุสะสมในพิพิธภัณฑ์หรือในห้องสะสมศิลปะ ไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งนิทรรศการตามแบบแผนเดิม ไม่จำเป็นต้องเป็นวัตถุที่นำไปแขวนหรือติดตั้งเบื้องหน้า ผู้คนจะต้องไปห้อมล้อมชื่นชมอย่างเป็นกิจลักษณะ ศิลปะอาจอยู่ร่วมกับเราในธรรมชาติสิ่งแวดล้อม ในสังคม มากกว่าการแยกกันอยู่ดังที่ผ่านมา

 
   
   
     
1 / 2 / 3 / 4 / 5 / 6